ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ บันทึก

"ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน" ความแตกต่างระหว่าง "มองเห็นภาพ" กับ "อ่านแล้วเข้าใจ"

เมื่อเข้าสู่ยุคอินเตอร์ความเร็วแสง (ใน Fiber Optic) เราก็เริ่มมองข้ามหนังสือที่ตีพิมพ์เกลื่อนในท้องตลาด (แต่เราก็ยังต้องการหนังสือเฉพาะงาน หรือสำหรับพื้ นฐานนะครับ ^^; ) แหล่งข้อมูลที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างอินเตอร์ก็เข้ามามี ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลใหม่ๆ ก็มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต่างจากหนังสือที่ต้องรอพิมพ์ฉบับใหม่ ย้อนไปเมื่อตอนที่ ตัว ผมเ ริ่มศึกษาการเขียน เว็บไซต์ ต้องเดินทางไป ไกลถึงห้องสม ุดประชาชน หาหนังสือ HTML, VB Script, JavaScript มาอ่านแล้วลองทำตาม ซึ่งหนังสือทั้งหมดล้วนแต่เป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคมาเป็นส่วนใหญ ่ ดีขึ้นหน่อยก็ตอนที่ เริ่มเรียนอีกครั้ง ก็มี หนังสือใหม่ๆให้อ่านจากห้องสมุดของวิทยาลัย และมีวิชา เรียนที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ก็ยิ่งเข้าใจได้มากขึ้น เมื่อ ชีวิตเข้าสู่รั้วมหา วิทยาลัย เป็นอะไรที่น่า ตื่นตาตื่นใจที่สุด กับห้องสมุดขนาดใหญ่มีโต๊ะอ่านหนังสือ ที่ กั้นแบบส่วนตัว มีปลั๊ก และโค มไฟให้พร้อม ส่วนตัวสุดๆ (ผมชอบเข้าไปแ อบ งีบในนั้นเป็นประจำ ^^; ) หนังสือใหม่ๆก็มีให้อ่านเยอะแยะมากมาย ตั้งใจอ่านบ้าง เปิดดูแต่รูปบ้าง เรียกว่าอ่า...

จริงๆแล้วเราไม่ได้ขาย Program แต่เราขาย Solution ต่างหาก

[ภาพประกอบโดย : https://meefreephoto.blogspot.com] พอมานั่งนึกๆดูแล้ว จริงๆเราไม่ได้ขาย "Program" แต่จริงๆแล้วเราขาย "Solution" ต่างหาก ทำไมน่ะเหรอครับ ผมถามพี่ที่ชอบบอกให้เขียนเว็บขายของให้เขาหน่อย แต่พอจะแนะนำให้ใช้ CMS ก็บอกยุ่งยาก แนะนำเว็บให้บริการ e-Commerce ก็บอกใช้ไม่เป็น ถามว่า Program จำเป็นกับธุรกิจทุกประเภทไหม จริงๆแล้วก็ไม่นะ ไม่จำเป็นเลย ธุรกิจอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่มันจะจำเป็นก็ต่อเมื่อ "เขาเริ่มเจอปัญหา บางอย่างที่คอมพิวเตอร์จะจัดการให้ได้ดีกว่า" แต่เมื่อธุรกิจนั้นยังไม่พร้อมที่จะมีฝ่ายไอทีล่ะ ธุรกิจเล็กๆที่จ้างมาไม่คุ้ม การเลือกสรรโปรแกรมมาใช้งาน ก็คล้ายๆการมองหาที่ปรึกษาด้านไอทีมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น บริษัทเก่าที่แอดมินเคยทำงาน ก็เน้นขาย Solution ไม่ได้ขายโปรแกรม เพราะโปรแกรมที่ใช้ทั้งหมดนั้นเขียนด้วย PHP ที่ใครๆมองข้ามนี่แหละครับ ทีมที่นำเสนอโปรแกรมเขาเจ๋งมากๆ ในความคิดของแอดมิน สามารถพรีเซนต์โปรแกรม PHP ธรรมดาๆ ให้ชนะโปรแกรมระดับหลายล้านได้สบายๆ เจ้าของธุรกิจยอมควักเงินจ่ายค่า Support รายปี แล้วทิ้งโปรแกรมหลายล้...

"The Sixth Man” - เงามายา

วันนี้หลังจากที่เล่นบาสฯจริงจังเกินไปหน่อย ก็กลับมาคิดดูว่า “แรกเริ่มเดิมทีที่กลับมาจับบาสอีกครั้งหลังจากไม่ได้เล่นมาเป็น 10 ปี” นั้นเพราะอะไร? - เพื่อสุขภาพ - เพื่อพละกำลัง - เพื่อฝึกสมาธิ - เพื่อลดความอ้วน!! เหตุผลเหล่านี้ไม่ว่าจะข้อไหน ก็ไม่ได้นำไปสู่การเล่นอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะชัยชนะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง สำหรับชีวิตของเราซะทีเดียว!! “คุโรโกะ” ตัวละครที่เปิดโลกของบาสเกตบอลของผมให้กว้างขึ้น การที่เราไม่สามารถทำคะแนนได้ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ซะทีเดียว เผลอๆยังกลายเป็นอาวุธลับแบบคุโรโกะก็ได้ เพียงแต่ว่าเราต้องรู้ให้ได้ว่า “อะไรคือความสามารถที่ซ่อนเอาไว้ในตัวเราเอง” ผมเปล่าบอกนะว่าตัวเองเหมือนคุโรโกะ เพราะสมัยที่เล่นบาสฯโรงเรียน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเล่นยังไงให้เด่น เล่นยังไงให้ถูกตาโค้ช ได้เป็นแค่ทีมสำรองที่คอยซ้อมให้ทีมหลักเท่านั้นเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น “แม้แต่ตัวเราเอง” เพราะช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ย่อมเกิดความเข้าใจที่แตกต่างกัน แม้ตอนเด็กๆ เราจะฉลาดพอที่จะรู้ทุกสิ่งอย่าง แต่เราไม่ได้รู้เกินผู้ใหญ่หรอกนะ จะเรียกมันว่าอะไรดี เพราะมีมิติในการเข้าใจที่แตกต่าง...

ชีวิตแต่ละช่วง มันก็แค่ “Sine Wave”

ไม่ว่าจะปรับความถี่ไปยาวให้ระยะเวลายืดออกไปยาวแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับมาเจอจุดสูงสุด และจุดต่ำสุดของลูกคลื่นอยู่ดี ชีวิตในแบบ Sine Wave ก็เป็นไปตามนั้น ใครความถี่สูงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตก็สูงตาม ใครความถี่ต่ำหน่อยก็ยืดระยะการตกลงจุดต่ำสุดได้นานขึ้น ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นไปอยู่จุดที่สูงที่สุดที่เป็นด้านบวกได้นานแค่ไหน สุดท้ายชีวิตก็จะวกกลับมาติดลบอยู่ดี แล้วจะทำอย่างไรได้บ้างล่ะ “สร้างแหล่งจ่ายไฟพร้อมเรกูเลเตอร์” ขึ้นมากรองลูกคลื่นสิครับ ก่อนอื่นเราก็ต้องเสริมสร้างธาตุไฟของตัวเองให้ดีๆ อย่าให้ธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายๆด้วย Power Supply เจ๋งๆ เอาเฉพาะด้านบวกแบบ FULL-WAVE RECTIFICATION จากนั้นก็รักษาระดับไว้ด้วย Regulator เต็มกำลังประสิทธิภาพสูงๆสักหน่อย แค่คิดก็ยากแล้วใช่มั้ยล่ะครับ!! นั่นอาจจะเพราะว่าเรายังอยู่ในจุดที่ปลอดภัย มันคือ SAFE ZONE ที่มีค่าจึงไม่อยากเอาไปเสี่ยงอะไรใดๆทั้งสิ้น “วันหนึ่งฉันจะออกจาก SAFE ZONE” นึกภาพบรรยากาศในหนัง Resident Evil ไว้เลยครับ ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยซอมบี้รอเหยื่ออันโอชะเข้ามาหา คือถ้าเราไม่แกร่งจริง ไม่รอดนะครับ แต่ด้วยความที่เราลงไปจุดต่ำสุดของ...

ชีวิตจริงมัน "อะนาล็อก"

เพื่อนๆเคยเห็นนาฬิกาทรายไหมครับ? ในขนาดที่เท่ากัน รูปทรงเหมือนๆกัน ปริมาณทรายเท่ากัน แต่! ระยะเวลานับถอยหลังของแต่ละอันมันต่างกัน!! สำหรับโลกของโปรแกรมเมอร์นั้นมีแต่ 0 กับ 1 ผมเรียกมันว่า "ชีวิตดิจิตอล" ก็แล้วกัน มันเป็นชีวิตที่ไม่ค่อยซับซ้อนเลยจริงๆ แต่หลายๆคนก็มองว่าชีวิตพวกเรามันซับซ้อน ผมว่า "อาร์ตตัวแม่" ซับซ้อนกว่ากันเยอะ

โปรแกรมเมอร์จบใหม่ ทำไมหางานยากจัง?

ความรู้สึกของแอดมินอย่างผมต่อกระทู้ที่ได้อ่านนี้ ( http://pantip.com/topic/33721011 ) สำหรับเด็กจบใหม่ หรือคนที่ทักษะไม่แน่น อาจจะดูเหมือนยากลำบาก แต่จริงๆแล้วความสามารถใช้แค่ 50% ก็พอครับ ที่เหลืออยู่ที่ช่วงเวลาและโอกาส (อาจจะเรียกมันว่าโชคชะตาก็ได้ละมั้ง ^^)

ไม่ได้จบสายคอมพิวเตอร์มา ก็เขียนโปรแกรมได้!

เราเรียนเพื่ออะไร? หลายคนก็คงจะได้ยินคำตอบที่คล้ายๆกันกับผม "เพื่อได้ทำงานสบายๆ" ซึ่งนั่นคือความจริงแต่ไม่ทั้งหมด แต่ความจริงแท้แน่นอนที่ผมรับรู้ได้ในตอนนี้คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานสอนให้เรา "คิดเลขเป็น" จะได้ไม่ถูกโกงตัวเลข "อ่านหนังสือเป็น" จะได้ไม่ถูกเอาเปรียบทางเอกสาร อุดมศึกษา มหาวิทยาลัย สอนอะไรเรา? "เรื่องราวอดีต ปัจจุบัน และอนาคต" "กระบวนการคิด ความน่าจะเป็น" "การค้นคว้าอิสระ งานวิจัย" เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า "ปริญญา" การันตีว่าเรามีความรู้ในระดับมาตรฐาน ที่สามารถต่อยอดในสิ่งที่ตัวเราเองรักได้ นั่นหมายความว่า เราสามารถใช้ทักษะที่ร่ำเรียนมา เพื่อศึกษาสิ่งต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต จากห้องสมุด จากสื่อสิ่งพิมพ์ ตลอดจนงานวิจัยต่างๆ ดังนั้นจริงๆแล้ว มันไม่สำคัญเลยว่าเราจะจบอะไรมา ถ้าเรารักที่จะทำมันจริงๆ และใส่ใจกับสิ่งๆนั้นอย่างหมดหัวใจ เชื่อเหอะ "เราทำมันสำเร็จได้แน่" แม้นไม่ง่าย แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้