ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน" ความแตกต่างระหว่าง "มองเห็นภาพ" กับ "อ่านแล้วเข้าใจ"



เมื่อเข้าสู่ยุคอินเตอร์ความเร็วแสง (ใน Fiber Optic) เราก็เริ่มมองข้ามหนังสือที่ตีพิมพ์เกลื่อนในท้องตลาด (แต่เราก็ยังต้องการหนังสือเฉพาะงาน หรือสำหรับพื้นฐานนะครับ ^^;)

แหล่งข้อมูลที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างอินเตอร์ก็เข้ามามีความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลใหม่ๆ ก็มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต่างจากหนังสือที่ต้องรอพิมพ์ฉบับใหม่

ย้อนไปเมื่อตอนที่ตัวผมเริ่มศึกษาการเขียนเว็บไซต์ ต้องเดินทางไปไกลถึงห้องสมุดประชาชน หาหนังสือ HTML, VB Script, JavaScript มาอ่านแล้วลองทำตาม ซึ่งหนังสือทั้งหมดล้วนแต่เป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคมาเป็นส่วนใหญ

ดีขึ้นหน่อยก็ตอนที่เริ่มเรียนอีกครั้ง ก็มีหนังสือใหม่ๆให้อ่านจากห้องสมุดของวิทยาลัย และมีวิชาเรียนที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ก็ยิ่งเข้าใจได้มากขึ้น


เมื่อชีวิตเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด กับห้องสมุดขนาดใหญ่มีโต๊ะอ่านหนังสือที่กั้นแบบส่วนตัว มีปลั๊ก และโคมไฟให้พร้อม ส่วนตัวสุดๆ (ผมชอบเข้าไปแอบงีบในนั้นเป็นประจำ ^^;) หนังสือใหม่ๆก็มีให้อ่านเยอะแยะมากมาย ตั้งใจอ่านบ้าง เปิดดูแต่รูปบ้าง เรียกว่าอ่านกันไม่หวาดไม่ไหว


 แต่ทุกวันนี้โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิตอล ยุคที่การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดไว้แต่ในหนังสืออีกต่อไป การเรียนรู้ส่วนใหญ่จึงเริ่มจากอินเตอร์เน็ต และแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายๆ ด้วยอินเตอร์ความเร็วสูง และทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นวิดีโอ

"ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน" 

คำๆนี้ผุดขึ้นมาในหัวทันที เมื่อเปรียบเทียบเวลาที่ผมต้องอ่านบทความในเว็บหรือบล็อกต่างๆ กับนั่งดูวิดีโอบน Youtube อะไรที่เข้าใจได้ง่ายกว่ากัน

หลังจากเฝ้าติดตามคำถามเรื่องแหล่งเรียนรู้ที่แนะนำมาสักระยะก็ได้พบว่า คนส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าที่วิดีโอบน Youtube เป็นส่วนใหญและสิ่งที่คาดหวังก็คือ "ตัวอย่างที่ชัดเจน" และจะกดข้ามวิดีโอที่เป็นสอนพื้นฐาน เพราะเป็นสิ่งที่อ่านและทำความเข้าใจได้ดีกว่าเมื่ออ่านจากหนังสือ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสำหรับเรื่องที่เราอ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็คงต้องเพิ่งพาวิดีโออยู่ดี แต่อย่างน้อยก็ขอให้เป็นวิดีโอที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

โจทย์ข้อนี้นี่เองที่ยากสำหรับผม ละหลายๆคนที่พยายามสร้างเนื้อหาต่างๆไว้บน Youtube แต่ก็มักจะไม่ตอบโจทย์ได้เท่าที่ควร แม้เราจะรู้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ หรือคนอื่นต้องการเหมือนจุดๆหนึ่งที่เราเองก็เคยผ่านมาแล้ว 

มาถึงตอนนี้บอกได้เลยว่า "การเขียนโปรแกรมนั้นไม่ยาก แต่สอนเขียนโปรแกรมนี่ยากของจริง"

ผมชื่นชมอาจารย์ทุกท่านที่สอนผมมา ผมไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วท่านจะเก่งระดับไหน แต่ท่านสามารถสอนให้ผมเขียนโปรแกรมได้ ผมนับถืออาจารย์ทุกท่านจากใจจริงครับ 

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แจกฟรี!! ระบบต่างๆที่พัฒนาด้วย PHP สำหรับนำไปใช้ในงานต่างๆ

       สำหรับหลายท่านที่ขอโค้ดเข้ามาทาง Inbox ของเฟซบุ๊กแฟนเพจ หรือถามถึงระบบต่างๆหลังไมค์มานั้น ส่วนใหญ่ก็มีแจกอยู่แล้วในเว็บบอร์ด ThaiCreate.Com นะครับ และด้านล่างนี้ก็เป็นระบบต่างๆที่แจกให้นำไปลองใช้ลองศึกษากันครับ

สอนเขียน PHP แสดงการจองห้องประชุมแบบไฮไลท์ตามช่วงเวลา (แบบเชื่อมต่อฐานข้อมูล MySQL)

ตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้จากการจองในฐานข้อมูล ตาราง tb_room สร้างตารางรายชื่อห้องประชุม สำหรับ id นั้นเป็น Primarykey จะกำหนดให้สร้างอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราเพิ่มชื่อห้องประชุมใหม่ -- -- Database: `tobedev_example` -- -- -------------------------------------------------------- -- -- Table structure for table `tb_room` -- CREATE TABLE IF NOT EXISTS `tb_room` (   `id` int(11) NOT NULL,   `name` varchar(30) NOT NULL ) ENGINE=InnoDB AUTO_INCREMENT=6 DEFAULT CHARSET=utf8; -- -- Dumping data for table `tb_room` -- INSERT INTO `tb_room` (`id`, `name`) VALUES (1, 'ห้องประชุม 1'), (2, 'ห้องประชุม 2'), (3, 'ห้องประชุม 3'), (4, 'ห้องประชุม 4'), (5, 'ห้องประชุม 5'); -- -- Indexes for dumped tables -- -- -- Indexes for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   ADD PRIMARY KEY (`id`); -- -- AUTO_INCREMENT for dumped tables -- -- -- AUTO_INCREMENT for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   MODIFY `i...

การนำไอคอน มาแสดงบน Fullcalendar

เนื่องจากมีน้องคนหนึ่งให้ช่วยดูโค้ดเกี่ยวกับ Fullcalendar ให้หน่อย แล้วพอดีช่วงนี้ผมก็กำลังสนใจปฏิทิน Fullcalendar อยู่พอดี จึงลองหาสาเหตุที่ไม่สามารถแสดงข้อมูลจาก MySQL และไม่สามารถแทรก icon เข้าไปใน Fullcalendar ได้ จากที่สังเกตุได้ครั้งแรกคือ Error ที่ Console ของ Firefox เกี่ยวกับฟังก์ชั่นที่เขียนผิด และก็มีการ echo ค้างไว้ในส่วนของไฟล์ getCalendar.php ก็เลยจัดการทดสอบแล้วลบ echo ออกให้เหลือแค่ echo json_encode($event_array); ที่ได้ใช้งานจริงเท่านั้น ขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ด PHP 1) ต้องแน่ใจว่าคำสั่งที่เขียนไว้ สามารถดึงข้อมูลมาแสดงผลได้ด้วยการ echo $sql; 2) นำคำสั่งที่ได้ไปรันในโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ในที่นี้คือ phpMyAdmin 3) เมื่อตรวจสอบดูผลลัพธ์ที่ได้ หากถูกต้องมีข้อมูลก็แสดงว่าการ Query ทำงานได้ 4) มาดูการทำงานของ JavaScript ในส่วนของ jQuery มีการแจ้งเตือนที่ฟังก์ชั่น .on() ซึ่งจะใช้กับ jQuery เวอร์ชั่นใหม่เท่านั้น นั่นหมายถึงเวอร์ชั่น jQuery ที่มากับ Fullcalendar เป็นเวอร์ชั่นเก่า ก็ให้เปลี่ยนไปใช้ .live() แทน ก็จะทำงานได้ปกติ 5) ม...