ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สร้างระบบล็อกอิน เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของข้อมูล

       ไม่ว่าจะเริ่มต้นสร้างโปรแกรมใดๆ มาใช้งานเอง หรือจะเผยแพร่ให้คนอื่นได้ใช้กันนั้น คนที่ใช้โปรแกรมย่อมต้องการเรื่องความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลที่ไม่อยากให้ผู้อื่นมาอ่าน หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นบทความนี้จะเป็นการแนะนำการสร้างระบบล็อกอินแบบง่ายๆ ที่ใช้งานได้จริงเพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลขั้นต้นสำหรับโปรแกรมอื่นๆ ที่เราจะพัฒนาขึ้นมาใช้กัน



รูปที่ 1 แผนผังแสดงการตรวจสอบสิทธิ์เข้าใช้งานโปรแกรม




       การออกแบบฐานข้อมูลผู้ใช้งาน หรือสมาชิกของระบบที่เราพัฒนาขึ้นมานั้น เราสามารถกำหนดได้เองว่าต้องการเก็บข้อมูลอะไรบ้าง จะเก็บมากเก็บน้อยก็ตามแต่ความต้องการของแต่ละระบบงานที่ต่างกัน กรณีที่เป็นเว็บไซต์ที่มีระบบสมาชิก แต่ไม่อยากให้เกิดความยุ่งยากกับการต้องกรอกข้อมูลประวัติมากมาย ก็ทำแบบฟอร์มเก็บเพียงแค่ข้อมูลหลัก แล้วค่อยเก็บรายละเอียดทั่วไปอีกครั้ง เมื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบแล้ว



รูปที่ 2 ตัวอย่างการสร้างตารางสมาชิก



รูปที่ 3 ตัวอย่างข้อมูลสมาชิกสำหรับใช้ล็อกอิน


ในฐานข้อมูลตัวอย่างนี้ จะสร้างตารางเก็บข้อมูลชื่อ tb_user โดยมีฟิลด์หลัก 3 ฟิลด์ คือ

1. ชื่อล็อกอิน
2. รหัสผ่าน
3. ชื่อนามสกุลเต็ม


นอกจากนั้นแล้วจะเป็นข้อมูลทั่วไปที่ท่านต้องการ เช่น อาจจะเก็บ รหัสสมาชิก สำหรับทำบาร์โค๊ด ชื่อเล่นสำหรับใช้แสดงเท่ห์ๆ ประวัติการศึกษา ประวัติส่วนตัว ซึ่งจะเพิ่มได้ตามความต้องการก็อยู่ที่ว่าระบบของท่านจำเป็นต้องใช้ข้อมูลพวกนี้หรือไม่ หากต้องการก็เพิ่มฟิลด์ไปอีกเรื่อยๆ

รูปที่ 4 ตัวอย่างฟิลด์ที่เพิ่มเข้าไปใหม่


สำหรับวิธีการเก็บข้อมูลอื่นๆ ของสมาชิกนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ซึ่งการเพิ่มฟิลด์ไปเรื่อยๆนั้น เป็นวิธีที่ง่าย และสะดวกรวดเร็ว เวลาดึงข้อมูลทั้งหมดออกมา ก็เอามาแสดงได้เลย แต่กรณีที่ข้อมูลมีมากเกินไปหลายสิบฟิลด์ จนอาจจะถึงร้อยฟิลด์ เช่น หากต้องเก็บข้อมูลที่อยู่ด้วย แล้วแต่ละคน ก็อาจจะมีที่อยู่มากว่า 1 ที่อยู่ เมื่อฟิลด์เยอะขึ้น เวลาเรียกข้อมูลจะทำให้ความเร็วลดลง มันจะทำให้เกิดภาวะฐานข้อมูลใหญ่เกินไปได้

ดังน้ัน เราจำเป็นจะต้องแยกตารางย่อยออกไปอีกสัก สองสามตาราง เพื่อเก็บข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเติม เช่น สร้างฐานข้อมูลที่อยู่ ประวัติการศึกษา ประวัติอื่นๆ แยกออกมา เหมือนเป็นการแบ่งหมวดหมู่ ฐานข้อมูลของเราก็จะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น


สำหรับเรื่องการออกแบบฐานข้อมูลนั้น จะเอาไว้มานำเสนอในบทความหน้าหลังจากจบเรื่องระบบการล็อกอินนี้นะครับ ซึ่งระบบล็อกอินนั้นจะมีอีกประมาณ 3 บทความครับ เพราะเรายังไม่ได้เริ่มในส่วนแล็บที่จะมาทดสอบสร้างระบบจริง ซึ่งจะเรียงลำดับตามนี้คือ

1. สร้างฐานข้อมูลสมาชิก
2. สร้างหน้าเพจเขียนโค๊ด php สำหรับล็อกอินเข้าใช้งาน
3. ปรับแต่งระบบ และทดสอบการทำงาน

ซึ่งจะนำเสนอในบทความต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แจกฟรี!! ระบบต่างๆที่พัฒนาด้วย PHP สำหรับนำไปใช้ในงานต่างๆ

       สำหรับหลายท่านที่ขอโค้ดเข้ามาทาง Inbox ของเฟซบุ๊กแฟนเพจ หรือถามถึงระบบต่างๆหลังไมค์มานั้น ส่วนใหญ่ก็มีแจกอยู่แล้วในเว็บบอร์ด ThaiCreate.Com นะครับ และด้านล่างนี้ก็เป็นระบบต่างๆที่แจกให้นำไปลองใช้ลองศึกษากันครับ

สอนเขียน PHP แสดงการจองห้องประชุมแบบไฮไลท์ตามช่วงเวลา (แบบเชื่อมต่อฐานข้อมูล MySQL)

ตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้จากการจองในฐานข้อมูล ตาราง tb_room สร้างตารางรายชื่อห้องประชุม สำหรับ id นั้นเป็น Primarykey จะกำหนดให้สร้างอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราเพิ่มชื่อห้องประชุมใหม่ -- -- Database: `tobedev_example` -- -- -------------------------------------------------------- -- -- Table structure for table `tb_room` -- CREATE TABLE IF NOT EXISTS `tb_room` (   `id` int(11) NOT NULL,   `name` varchar(30) NOT NULL ) ENGINE=InnoDB AUTO_INCREMENT=6 DEFAULT CHARSET=utf8; -- -- Dumping data for table `tb_room` -- INSERT INTO `tb_room` (`id`, `name`) VALUES (1, 'ห้องประชุม 1'), (2, 'ห้องประชุม 2'), (3, 'ห้องประชุม 3'), (4, 'ห้องประชุม 4'), (5, 'ห้องประชุม 5'); -- -- Indexes for dumped tables -- -- -- Indexes for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   ADD PRIMARY KEY (`id`); -- -- AUTO_INCREMENT for dumped tables -- -- -- AUTO_INCREMENT for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   MODIFY `i...

การนำไอคอน มาแสดงบน Fullcalendar

เนื่องจากมีน้องคนหนึ่งให้ช่วยดูโค้ดเกี่ยวกับ Fullcalendar ให้หน่อย แล้วพอดีช่วงนี้ผมก็กำลังสนใจปฏิทิน Fullcalendar อยู่พอดี จึงลองหาสาเหตุที่ไม่สามารถแสดงข้อมูลจาก MySQL และไม่สามารถแทรก icon เข้าไปใน Fullcalendar ได้ จากที่สังเกตุได้ครั้งแรกคือ Error ที่ Console ของ Firefox เกี่ยวกับฟังก์ชั่นที่เขียนผิด และก็มีการ echo ค้างไว้ในส่วนของไฟล์ getCalendar.php ก็เลยจัดการทดสอบแล้วลบ echo ออกให้เหลือแค่ echo json_encode($event_array); ที่ได้ใช้งานจริงเท่านั้น ขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ด PHP 1) ต้องแน่ใจว่าคำสั่งที่เขียนไว้ สามารถดึงข้อมูลมาแสดงผลได้ด้วยการ echo $sql; 2) นำคำสั่งที่ได้ไปรันในโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ในที่นี้คือ phpMyAdmin 3) เมื่อตรวจสอบดูผลลัพธ์ที่ได้ หากถูกต้องมีข้อมูลก็แสดงว่าการ Query ทำงานได้ 4) มาดูการทำงานของ JavaScript ในส่วนของ jQuery มีการแจ้งเตือนที่ฟังก์ชั่น .on() ซึ่งจะใช้กับ jQuery เวอร์ชั่นใหม่เท่านั้น นั่นหมายถึงเวอร์ชั่น jQuery ที่มากับ Fullcalendar เป็นเวอร์ชั่นเก่า ก็ให้เปลี่ยนไปใช้ .live() แทน ก็จะทำงานได้ปกติ 5) ม...