ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชีวิตแต่ละช่วง มันก็แค่ “Sine Wave”



ไม่ว่าจะปรับความถี่ไปยาวให้ระยะเวลายืดออกไปยาวแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับมาเจอจุดสูงสุด และจุดต่ำสุดของลูกคลื่นอยู่ดี
ชีวิตในแบบ Sine Wave ก็เป็นไปตามนั้น ใครความถี่สูงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตก็สูงตาม ใครความถี่ต่ำหน่อยก็ยืดระยะการตกลงจุดต่ำสุดได้นานขึ้น ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นไปอยู่จุดที่สูงที่สุดที่เป็นด้านบวกได้นานแค่ไหน สุดท้ายชีวิตก็จะวกกลับมาติดลบอยู่ดี

แล้วจะทำอย่างไรได้บ้างล่ะ “สร้างแหล่งจ่ายไฟพร้อมเรกูเลเตอร์” ขึ้นมากรองลูกคลื่นสิครับ ก่อนอื่นเราก็ต้องเสริมสร้างธาตุไฟของตัวเองให้ดีๆ อย่าให้ธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายๆด้วย Power Supply เจ๋งๆ เอาเฉพาะด้านบวกแบบ FULL-WAVE RECTIFICATION จากนั้นก็รักษาระดับไว้ด้วย Regulator เต็มกำลังประสิทธิภาพสูงๆสักหน่อย
แค่คิดก็ยากแล้วใช่มั้ยล่ะครับ!! นั่นอาจจะเพราะว่าเรายังอยู่ในจุดที่ปลอดภัย มันคือ SAFE ZONE ที่มีค่าจึงไม่อยากเอาไปเสี่ยงอะไรใดๆทั้งสิ้น
“วันหนึ่งฉันจะออกจาก SAFE ZONE”
นึกภาพบรรยากาศในหนัง Resident Evil ไว้เลยครับ ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยซอมบี้รอเหยื่ออันโอชะเข้ามาหา คือถ้าเราไม่แกร่งจริง ไม่รอดนะครับ แต่ด้วยความที่เราลงไปจุดต่ำสุดของชีวิต หรือเรียกง่ายๆว่าจนตรอก เราอาจจะเจอหนทางรอดเพราะมองต่างมุมออกไปจากจุดที่เรายืนอยู่ใน SAFE ZONE ก็ได้
“ระเบิดเวลา”
เราทุกคนสร้างมันไว้แล้ว หลายลูกซะด้วยแต่จะมีกี่คนใจกล้าพอที่จดกดเริ่มทำงาน บางทีบางอย่าง เราก็ไม่กล้าที่จะลงมือทำมันทันที ทำตรงๆ แบบที่ใจอยากได้ เราจึงทำได้แค่จุดชนวนของตัวเองเอาไว้ แล้วรอเวลาที่มันจะทำงาน
“ตูมมมมม”
เฮ้ย...ทำไมมันทำงานก่อนล่ะ ฉันกะไว้แล้วว่าต้องเท่านั้นเท่านี้นะ แต่เราอาจจะลืมไปว่า สภาพแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของระยะเวลาที่เราตั้งเอาไว้ได้ ลองมองไปที่ชนวนแบบดินประสิวดูสิครับ จุดไฟไว้ถ้าลมแรง ก็อาจจะลามเร็วขึ้น แต่ถ้าฝนตกก็อาจจะดับไปเอง
หลายครั้งที่ผมเปิดอ่าน แคปซูลกาลเวลา ผมได้แต่ยิ้มเยาะเย้ยตัวเองในใจเบาๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม สิ่งที่คิดไว้ ก็ยังคงเป็นเพียงได้แค่ความคิด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เราก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เพราะคนเราไม่มีทางเปลี่ยนกันง่ายๆ ถ้าชีวิตยังเดิมๆ
“ผมเปิด Google Calendar ขึ้นมา กรอกข้อความที่ต้องการทักทายตัวเองและตั้งเวลาเอาไว้ในอีก 10 ปีข้างหน้า อีเมลฉบับหนึ่งจะส่งมาถึงตัวผมเอง และผมจะคลิกเปิดขึ้นมาอ่าน อีกครั้ง อาจจะด้วยรอยยิ้มที่สมหวัง หรือยิ้มด้วยความสมเพชตัวเอง ที่ยังเปิดอ่านอีเมลที่ข้ามกาลเวลามานี้ ในจุดเดิมๆ”

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แจกฟรี!! ระบบต่างๆที่พัฒนาด้วย PHP สำหรับนำไปใช้ในงานต่างๆ

       สำหรับหลายท่านที่ขอโค้ดเข้ามาทาง Inbox ของเฟซบุ๊กแฟนเพจ หรือถามถึงระบบต่างๆหลังไมค์มานั้น ส่วนใหญ่ก็มีแจกอยู่แล้วในเว็บบอร์ด ThaiCreate.Com นะครับ และด้านล่างนี้ก็เป็นระบบต่างๆที่แจกให้นำไปลองใช้ลองศึกษากันครับ

สอนเขียน PHP แสดงการจองห้องประชุมแบบไฮไลท์ตามช่วงเวลา (แบบเชื่อมต่อฐานข้อมูล MySQL)

ตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้จากการจองในฐานข้อมูล ตาราง tb_room สร้างตารางรายชื่อห้องประชุม สำหรับ id นั้นเป็น Primarykey จะกำหนดให้สร้างอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราเพิ่มชื่อห้องประชุมใหม่ -- -- Database: `tobedev_example` -- -- -------------------------------------------------------- -- -- Table structure for table `tb_room` -- CREATE TABLE IF NOT EXISTS `tb_room` (   `id` int(11) NOT NULL,   `name` varchar(30) NOT NULL ) ENGINE=InnoDB AUTO_INCREMENT=6 DEFAULT CHARSET=utf8; -- -- Dumping data for table `tb_room` -- INSERT INTO `tb_room` (`id`, `name`) VALUES (1, 'ห้องประชุม 1'), (2, 'ห้องประชุม 2'), (3, 'ห้องประชุม 3'), (4, 'ห้องประชุม 4'), (5, 'ห้องประชุม 5'); -- -- Indexes for dumped tables -- -- -- Indexes for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   ADD PRIMARY KEY (`id`); -- -- AUTO_INCREMENT for dumped tables -- -- -- AUTO_INCREMENT for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   MODIFY `i...

การนำไอคอน มาแสดงบน Fullcalendar

เนื่องจากมีน้องคนหนึ่งให้ช่วยดูโค้ดเกี่ยวกับ Fullcalendar ให้หน่อย แล้วพอดีช่วงนี้ผมก็กำลังสนใจปฏิทิน Fullcalendar อยู่พอดี จึงลองหาสาเหตุที่ไม่สามารถแสดงข้อมูลจาก MySQL และไม่สามารถแทรก icon เข้าไปใน Fullcalendar ได้ จากที่สังเกตุได้ครั้งแรกคือ Error ที่ Console ของ Firefox เกี่ยวกับฟังก์ชั่นที่เขียนผิด และก็มีการ echo ค้างไว้ในส่วนของไฟล์ getCalendar.php ก็เลยจัดการทดสอบแล้วลบ echo ออกให้เหลือแค่ echo json_encode($event_array); ที่ได้ใช้งานจริงเท่านั้น ขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ด PHP 1) ต้องแน่ใจว่าคำสั่งที่เขียนไว้ สามารถดึงข้อมูลมาแสดงผลได้ด้วยการ echo $sql; 2) นำคำสั่งที่ได้ไปรันในโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ในที่นี้คือ phpMyAdmin 3) เมื่อตรวจสอบดูผลลัพธ์ที่ได้ หากถูกต้องมีข้อมูลก็แสดงว่าการ Query ทำงานได้ 4) มาดูการทำงานของ JavaScript ในส่วนของ jQuery มีการแจ้งเตือนที่ฟังก์ชั่น .on() ซึ่งจะใช้กับ jQuery เวอร์ชั่นใหม่เท่านั้น นั่นหมายถึงเวอร์ชั่น jQuery ที่มากับ Fullcalendar เป็นเวอร์ชั่นเก่า ก็ให้เปลี่ยนไปใช้ .live() แทน ก็จะทำงานได้ปกติ 5) ม...