ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ใช้ฟังก์ชั่น implode() เพื่อลดการเขียนโปรแกรมวนลูปใช้เอง



ในการเขียนโปรแกรมแต่ละครั้ง เวลาที่เราต้องการเชื่อมอาร์เรย์ด้วยค่าบางอย่าง เช่นเครื่องหมายคอมม่า (,) เครื่องหมายขีดคั่น ( | ) หรือเว้นบรรทัด และอื่นๆ เราจะต้องทำการวนลูปโดยเริ่มจากอาร์เรย์ตัวแรก ไปจนถึงอาร์เรย์ตัวสุดท้าย เราก็จะได้ ข้อความที่เชื่อมกันมาใช้งาน เช่น

<?php
$delimiter = '';

$string = '';
$idArr = array(111, 222, 333, 444);
foreach($idArr as $id){

    $string .= $delimiter . $id;
    $delimiter = '|';
}

echo $string;


?>
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ข้อความที่เชื่อมกันด้วยขีดคั่นกลาง 111|222|333|444

จะเห็นว่าเราต้องเขียนโค๊ดถึง 6 บรรทัดด้วยกัน ซึ่งนับจำนวนตัวอักษรแล้วก็หลายตัวทีเดียว

สำหรับการเขียนโปรแกรม php ได้มีฟังก์ชั่นที่พร้อมให้เราเรียกใช้แล้ว ถ้าจำกันได้ผมเคยเขียนบนความเกี่ยวกับสร้างแถวแต่ละแถวของตาราง  html อย่างง่ายด้วยฟังก์ชั่น implode() และครั้งนี้ก็จะนำมาใช้อีกครั้งโดย เปลี่ยนโค๊ด php ที่เราเขียนดังนี้
<?php
$idArr = array(111, 222, 333, 444);
$string = implode("|", $idArr);

echo $string;
?>

ด้วยฟังก์ชั่น implode() ที่ทาง php ได้เตรียมไว้ให้อยู่แล้ว ทำให้การทำงานบางงานสะดวก และเร็วขึ้นอย่างมาก สำหรับใครที่เขียนโปรแกรม php ก็อย่าลืมค้นหาฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ มาช่วยในการเขียนโค๊ด php ของเราให้เร็วขึ้นกว่าเดิมนะครับ

ทิ้งท้ายอีกกรณีที่ผมใช้ในคำสั่ง SQL สำหรับค้นหาข้อมูลโดยการแยกข้อความด้วยช่องว่าง เพื่อนำไปค้นที่ละหลายๆ เงื่อนไข เพราะบางครั้งคนที่ค้นหาก็ไม่รู้ว่าคำเต็มๆ พิมพ์ยังไงก็ได้แต่พิมพ์สุ่ม คำแรก คำสุดท้าย ทำให้บ่อยครั้งที่โปรแกรมไม่สามารถค้นหาข้อมูลขึ้นมาแสดงได้

<?php
$searchText = "เขียนโปรแกรม php mysql";

$idArr = explode(" ", $searchText);
$condition = " title LIKE '%" . implode("%' OR title LIKE '%", $idArr) . "%' ";
$sql = "SELECT * FROM book WHERE " . $condition;
?>

ผลลัพธ์จะได้ด้งนี้
<?php
SELECT * FROM book WHERE title LIKE '%เขียนโปรแกรม%' OR title LIKE '%php%' OR title LIKE '%mysql%'
?>


#2016-10-06 เพิ่ม การ escape string เพื่อความปลอดภัยในการคิวรี่



<?php
$searchText = "เขียนโปรแกรม php mysql";

$idArr = explode(" ", $searchText);

$escaped = array_map('mysql_real_escape_string', $idArr );

$condition = " title LIKE '%" . implode("%' OR title LIKE '%", $escaped) . "%' ";
$sql = "SELECT * FROM book WHERE " . $condition;
?>

เพียงแค่เติม array_map() เข้าไปก่อนจะทำการ สร้างคำสั่งด้วยการ implode() ก็ลดความเสี่ยงในการแฮกผ่าน SQL Injection ได้แล้วครับ ^O^

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แจกฟรี!! ระบบต่างๆที่พัฒนาด้วย PHP สำหรับนำไปใช้ในงานต่างๆ

       สำหรับหลายท่านที่ขอโค้ดเข้ามาทาง Inbox ของเฟซบุ๊กแฟนเพจ หรือถามถึงระบบต่างๆหลังไมค์มานั้น ส่วนใหญ่ก็มีแจกอยู่แล้วในเว็บบอร์ด ThaiCreate.Com นะครับ และด้านล่างนี้ก็เป็นระบบต่างๆที่แจกให้นำไปลองใช้ลองศึกษากันครับ

สอนเขียน PHP แสดงการจองห้องประชุมแบบไฮไลท์ตามช่วงเวลา (แบบเชื่อมต่อฐานข้อมูล MySQL)

ตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้จากการจองในฐานข้อมูล ตาราง tb_room สร้างตารางรายชื่อห้องประชุม สำหรับ id นั้นเป็น Primarykey จะกำหนดให้สร้างอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราเพิ่มชื่อห้องประชุมใหม่ -- -- Database: `tobedev_example` -- -- -------------------------------------------------------- -- -- Table structure for table `tb_room` -- CREATE TABLE IF NOT EXISTS `tb_room` (   `id` int(11) NOT NULL,   `name` varchar(30) NOT NULL ) ENGINE=InnoDB AUTO_INCREMENT=6 DEFAULT CHARSET=utf8; -- -- Dumping data for table `tb_room` -- INSERT INTO `tb_room` (`id`, `name`) VALUES (1, 'ห้องประชุม 1'), (2, 'ห้องประชุม 2'), (3, 'ห้องประชุม 3'), (4, 'ห้องประชุม 4'), (5, 'ห้องประชุม 5'); -- -- Indexes for dumped tables -- -- -- Indexes for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   ADD PRIMARY KEY (`id`); -- -- AUTO_INCREMENT for dumped tables -- -- -- AUTO_INCREMENT for table `tb_room` -- ALTER TABLE `tb_room`   MODIFY `i...

การนำไอคอน มาแสดงบน Fullcalendar

เนื่องจากมีน้องคนหนึ่งให้ช่วยดูโค้ดเกี่ยวกับ Fullcalendar ให้หน่อย แล้วพอดีช่วงนี้ผมก็กำลังสนใจปฏิทิน Fullcalendar อยู่พอดี จึงลองหาสาเหตุที่ไม่สามารถแสดงข้อมูลจาก MySQL และไม่สามารถแทรก icon เข้าไปใน Fullcalendar ได้ จากที่สังเกตุได้ครั้งแรกคือ Error ที่ Console ของ Firefox เกี่ยวกับฟังก์ชั่นที่เขียนผิด และก็มีการ echo ค้างไว้ในส่วนของไฟล์ getCalendar.php ก็เลยจัดการทดสอบแล้วลบ echo ออกให้เหลือแค่ echo json_encode($event_array); ที่ได้ใช้งานจริงเท่านั้น ขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ด PHP 1) ต้องแน่ใจว่าคำสั่งที่เขียนไว้ สามารถดึงข้อมูลมาแสดงผลได้ด้วยการ echo $sql; 2) นำคำสั่งที่ได้ไปรันในโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ในที่นี้คือ phpMyAdmin 3) เมื่อตรวจสอบดูผลลัพธ์ที่ได้ หากถูกต้องมีข้อมูลก็แสดงว่าการ Query ทำงานได้ 4) มาดูการทำงานของ JavaScript ในส่วนของ jQuery มีการแจ้งเตือนที่ฟังก์ชั่น .on() ซึ่งจะใช้กับ jQuery เวอร์ชั่นใหม่เท่านั้น นั่นหมายถึงเวอร์ชั่น jQuery ที่มากับ Fullcalendar เป็นเวอร์ชั่นเก่า ก็ให้เปลี่ยนไปใช้ .live() แทน ก็จะทำงานได้ปกติ 5) ม...